ประวัติเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

ประวัติเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

ประวัติเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (Virgil van Dijk)

วันเกิด 8 กรกฎาคม 1991

สถานที่เกิด เบรดา,ประเทศเนเธอร์แลนด์

ส่วนสูง 193 เซนติเมตร

สโมสรปัจจุบันนี้ ลิเวอร์พูล

ตำแหน่งที่ได้รับ กองหลัง หมายเลข 4

ไค ฮาแวร์ซ (Kai Havertz)

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เป็นนักเตะชาวดัตช์ ที่ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสร ลิเวอร์พูล อยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษ พรีเมียร์ลีก แล้วยังได้เข้าร่วมอยู่ในทีมชาติเนเธอร์แลนด์ด้วย เป็นครั้งแรกในช่วงของปี 2014 ที่ผ่านมา เขาเริ่มต้นเข้าสู่วงการลูกหนัง ในระดับสโมสรเยาวชนเป็นครั้งแรกให้กับทีม Willem II ในปี 2009-2010 โดยอยู่ร่วมเล่นด้วยกันกับทีมเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ก่อนที่เขาจะถูกย้ายไปเล่นให้กับสโมสรเยาวชน โกรนิงเกน ซึ่งเป็นสโมสรชื่อดังในประเทศเนเธอร์แลนด์ เขาได้อยู่ร่วมเล่นในปี 2010-2011 ก่อนที่จะย้ายเข้าไปร่วมค้าแข้งในระดับมืออาชีพให้กับทีม โกรนิงเกน ในปี 2011-2013 โดยลงเล่นไปแล้วกว่า 63 ครั้งด้วยกัน

ประวัติเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค​

ประวัติด้านสโมสรอาชีพ

ทีมเซลติก

เมื่อในปี 2013 ทางฟัน ไดก์ ได้หมดข้อตกลงในการทำสัญญากันแล้ว หลังจากอยู่มาแล้ว 4 ปี กับทางสโมสรเซลติก ในค่าเหนื่อยที่เขาได้รับอยู่ที่ 2.6 ล้านปอนด์ ในปีเดียวกันได้ลงเล่นในสนามเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม แล้วมีการเปลี่ยนตัวลงไปเล่น โดยแทนเอเฟ แอมโบรส ที่อยู่ในช่วงเวลาประมาณ 10 กว่านาทีหลัง ที่ได้ปะทะศึกเดือดกับทีมแอ เบอร์ดีน

ประวัติเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

ทีมเซาแธมป์ตัน

เมื่อในปี 2015 ที่ผ่านมา เขาเองได้มาเล่นให้กับทีมเซาแทมป์ตัน มีค่าเหนื่อยให้มากถึง 13 ล้านปอนด์ โดยเขาได้ทำสัญญารวมแล้ว 5 ปี ในการลงสนามเล่นเป็นครั้งแรกได้เล่นกับ เวสต์บรอมวิชอัลเบียน ในเดือนกันยายน จากผลการแข่งขันจบลงด้วยคะแนน 0-0 เป็นผลเสมอ

ประวัติเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค​

ทีมลิเวอร์พูล

เมื่อในปี 2017 มีข่าวมาแว่วๆได้มีการตกลงว่าจะมีการร่วมทีมกับทางลิเวอร์พูล ในช่วงปี 2018 มีค่าเหนื่อยอยู่ที่ 75 ล้านปอนด์ ถือได้ว่าเป็นการทำสถิติในค่าตัวที่มากที่สุดในโลก ในตำแหน่งที่ได้เล่นเป็นกองหลัง

ฤดูกาลที่ได้ลงเล่นให้กับแต่ละทีม

ในฤดูกาลของปี 2017-18

วันที่ 5 มกราคม 2018 ฟัน ไดก์ ได้เล่นในสนามเป็นครั้งแรก ที่ได้เป็นตัวจริง ที่สามารถเอาชนะทีมเอฟเวอร์ตันได้ ในคะแนน 2-1 จนทำให้ผ่านเข้าไปอยู่ในรอบที่ 4  FA Cup ได้อย่างสวยงาม

ในฤดูกาลของปี 2018-19

วันที่ 21 ธันวาคม 2018 เขาสามารถที่จะทำประตูได้ในพรีเมียร์ลีก โดยสามารถเอาชนะวูลฟ์แฮมตันวันเดอเรอส์ ด้วย 2-0 นัด จนทำให้ได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในเดือนนั้นไป

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019 สามารถยิงได้ถึง 2 ประตู เป็นการเอาชนะวอตฟอร์ดได้ในแต้ม 5-0 ต่อมาในวันที่ 13 มีนาคม 2018 ทำประตูแรกในการศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 2018-19 ได้ ชนะบาเยิร์นมิวนิกได้ถึง 3-1 ส่งผลให้เข้ารอบไปอยู่ใน 8 ทีมสุดท้ายได้ และสร้างผลงานมาต่อเนื่อง จนล่าสุดวันที่ 1 มิถุนายน 2019 มีศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เข้ามาสู่ในรอบชิงชนะเลิศได้ในปี 2019 ได้แข่งขันกับทอตนัม ฮอตสเปอร์ ในประเทศสเปน จากผลการแข่งขันพบว่าสามารถเอาชนะได้ใน 2-0 ประตู จนทำให้ได้แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เป็นสมัยที่ 6 ไปครองได้สวยๆตามต้องการ และยังได้รางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ไปครองด้วย

ในฤดูกาล 2019-20

วันที่ 9 สิงหาคม 2019 พรีเมียร์ลีก ในพรีเมียร์ลีก ในช่วงของ 2019-20 ได้มาแข่งกับนอริชซิตี้ ทางลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะได้ใน 4-1 ประตู มาในช่วงของวันที่ 14 สิงหาคม 2019 ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2019 ที่ได้เจอกับทีมเชลซี ในประเทศตุรกี ผลการแข่งขันพบว่าสามารถที่จะชนะทีมเชลซีได้ 5-4 ประตู และแน่นอนว่าสามารถที่จะเป็นแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพได้เป็นครั้งที่ 4 ตามคาด

ในฤดูกาล 2020-21

วันที่ 12 กันยายน 2020 สามารถเอาชนะลีดส์ยูไนเต็ดได้ 4-3 ประตู มาต่อในวันที่ 17 ตุลาคม 2020 เขาได้รับการบาดเจ็บ จนต้องรักษาตัวอยู่นานในฤดูกาลนี้

ในฤดูกาล 2021-22

วันที่ 29 กรกฎาคม 2021 กลับมาแล้วหลังจากได้รักษาเกือบปี วันที่ 13 สิงหาคม 2021 ได้ต่อสัญญากับลิเวอร์พูลไปจนถึงในปี 2025 วันที่ 27 พฤศจิกายน 2021 ชนะทีมเซาแธมป์ตันได้ถึง 4-0 ประตู มาในวันที่ 23 มกราคม 2022 สามารถทำประตูที่ 2 ได้สวยๆ สามารถเอาชนะคริสตัลพาเลซได้ถึง 3-1 ประตู และล่าสุดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2022 ทำประตูอีกเป็นครั้งที่ 3 เอาชนะลีดส์ยูไนเต็ดได้ถึง 6-0 ประตู

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม :: ข่าวกีฬาออนไลน์
เครดิตโดย :: [email protected]